• Every ride is an Experience

พัฒนาการของ Z300 มาสู่ Z400 ที่ครองใจไบเกอร์ได้ไม่ยาก

สรุปเรื่องที่เราอยากเล่าให้คุณฟัง...

- เกริ่นนำถึง Kawasaki Z400  ที่ใครหลายคนหวั่นใจว่าสู้ Z300 ไม่ได้แต่แท้จริงแล้ว Z400 เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด

- Kawasaki Z400  ดีไซน์และสมรรถนะที่โดดเด่นกว่า Z300 ในหลายๆ เรื่อง

- ไบเกอร์ที่สนใจสามารถเข้ามาทดลองขี่ Z400 ได้ที่ Peera Motosports ในราคาและข้อเสนอสุดพิเศษ

Z300 To Z400

เปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่สำหรับ Kawasaki Z400 ที่พัฒนาและปรับปรุงขึ้นมาจาก Kawasaki Z300 บิ๊กไบค์ในฝันของไบเกอร์จำนวนมาก แต่ก่อนที่จะจับจองเป็นเจ้าของกัน เชื่อว่าหลายคนยังอาจเกิดความลังเลว่า Kawasaki Z400 จะมีดีและโดดเด่นได้เหมือนอย่าง Z300 รึเปล่า หรือไบเกอร์หลายคนอาจรู้สึกว่า Z300 นั้นเพอร์เฟคพอตัวอยู่แล้ว ต่างจาก Z400 ที่ยังมีองค์ประกอบบางอย่างไม่เจ๋งเท่า  Z300 ต่อข้อสงสัยนี้ต้องบอกเลยว่าทั้ง Z300 และ Z400 ต่างก็มีความโดดเด่นในตัวเองคนละแบบกัน ซึ่งหากได้ทำความเข้าใจแบบเจาะลึกแล้วล่ะก็ Z400 ก็จะกลายเป็นตัวเลือกที่คุณไม่อยากพลาดอย่างแน่นอน

ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ดุดันสมเป็น Naked Bike

Kawasaki Z400 ออกแบบมาให้สมกับเป็น Naked Bike ภายใต้คอนเซ็ป “Sugomi” โหดร้าย ดุดัน โฉบเฉี่ยว เปลือยให้เห็นเครื่องยนต์ Z400 ถูกออกแบบมาเพื่อให้กะทัดรัดมากขึ้นทั้งขนาดเครื่องยนต์และโครงสร้างตัวรถ น้ำหนักโดยรวมลดลงส่งผลควบคุมรถได้ง่ายขึ้น เหมาะที่จะพุ่งทยานไปตามถนนคอนกรีตหรือในสนามแข่งต้องใช้ความเร็วทั้งทางตรงหรือการเข้าโค้ง จะขี่ไกลๆ กับแก๊งเพื่อน Z400 ก็ตอบโจทย์นี้ได้อย่างดี ให้ความคล่องตัวมากกว่า Z300

z400-feature-06

เรือนไมล์พัฒนาขึ้นจาก Z300

ในส่วนของหน้าปัดเรือนไมล์โดยรวมของ Z400 นั้นถอดแบบจาก Z300 มา แต่ดีไซน์ให้ใช้ง่ายขึ้นด้วย มาตราวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์เป็นแบบเข็มทำให้ดูข้อมูลได้ง่าย ตรงกลางเป็นไฟบอกตำแหน่งเกียร์ ขณะที่ ความเร็ว ระยะทาง เวลา เกระดับน้ำมันเชื้อเพลิงแสดงผลแบบดิจิตอล ทั้งหมดอยู่ตรงกลางหน้าจอ ให้ดูภาพรวมทั้งหมดได้ภายในครั้งเดียว

แตกต่างกับ Z300 ดีไซน์ด้วยสีสันฉูดฉาดสวยงาม แต่แยกตัวบอกความเร็วและระดับน้ำมันอย่างชัดเจน ซึ่งข้อมูลที่ Z300 ไม่มีและกลายเป็นจุดบอดที่ต้องหามาเสริมเองนั่นก็คือ ไฟบอกตำแหน่งเกียร์ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ไบเกอร์หลายคนต้องการ

เครื่องยนต์ใหญ่ขึ้น บิดมันขึ้น

Kawasaki Z400 มีเครื่องยนต์ขนาด 399 cc. DOHC. 8 Valves ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด แรงม้าอยู่ที่ 45 แรงม้า ที่ 10,000 รอบ/นาที และ มีแรงบิดอยู่ที่ 38 นิวตันเมตร ที่ 8,000 รอบ/นาที เป็นสเปกที่ช่วยตอบสนองการเข้าโค้งได้อย่างเป็นดี
z400-feature-01

สมรรถนะช่วยให้การขับขี่และควบคุมรถง่ายขึ้น

Kawasaki Z400 นั้นจะใช้โช้คหน้าแบบ Telescopic ขนาด 41 มิลลิเมตร และโช้คหลังแบบ Monoshock ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มหลัง ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์แบบ 6 สปีด

คลัทช์มีขนาดเล็กลงมาพร้อมระบบ Slipper Clutch  ทั้งยังช่วยให้ก้านคลัทช์บีบง่ายขึ้น ช่วยลดการกระชากของล้อหลังในช่วงเปลี่ยนเกียร์สูงลงมาเกียร์ต่ำได้เป็นอย่างดี

 ระบบเบรกแบบดิสก์เดี่ยวทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมระบบความปลอดภัย ABS ปั้มเบรก Caliper 2 ลูกสูบยี่ห้อ Nissin ซึ่งมีขนาดและน้ำหนักเล็กกว่า ให้กำลังแรงเบรกที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งหากตั้งค่าต่างๆ ให้เหมาะสมก็เพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ในสนามได้สบายๆ

Kawasaki Z400 มีท่อดักอากาศแบบดูดลงด้านล่าง (ดาวน์ดราฟต์) เมื่อรวมเข้ากับหม้อกรองที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจึงเพิ่มประสิทธิภาพในการนำอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์ ช่วยเพิ่มการส่งกำลังของบิ๊กไบค์ให้มากขึ้น

ดีไซน์กะทัดรัดขึ้น

ซึ่งแม้ว่าเครื่องยนต์จะขนาดใหญ่แรงขึ้น แต่ Z400 กลับเป็นบิ๊กไบค์ที่มีน้ำหนักและโครงรถเล็กกว่า Z300 โดยมีน้ำหนักเพียง 167 กิโลกรัม ความสูงเบาะ 785 มิลลิเมตร ขณะที่มิติของรถบิ๊กไบค์ Z400 ก็ถูกปรับให้เล็กลงด้วย  ทำให้เครื่องยนต์กระชับมากขึ้น มีระบบระบายความร้อนที่มีการเดินท่อด้านนอกน้อยที่สุด เฟรมรถเป็นแบบโครงถัก High Tensile Trellis Frame เอกสิทธิ์เฉพาะ Kawasaki มีสัดส่วนความคงตัวสูง ทนต่อแรงบิดและน้ำหนักเบามากที่สุด

ขนาดความกว้าง1,990 มิลลิเมตร นั้นเล็กกว่า ขณะที่ความยาวรถ  800 มิลลิเมตร และความสูง 1,055 มิลลิเมตร ซึ่งใหญ่กว่า Z300 เล็กน้อย  เบาะนั่งเป็นแบบสองตอนยกระดับ ขณะที่ความสูงเบาะนั้น Z400 เอาใจหนุ่มๆ ร่างเล็กด้วยความสูงที่ 785 มิลลิเมตร ช่วยให้การควบคุมรถเป็นไปได้ง่ายขึ้น

z400-red-black-01

เฉดสีและราคาเริ่มต้นสบายกระเป๋า

Kawasaki Z400 มีสีให้เลือกถึง 2 เฉดสี 4 แบบได้แก่ สีเขียว-ดำ Candy Lime Green / Metallic Spark Black และสีแดง-ดำ Candy Cardinal Red / Metallic Flat Spark Black

ในส่วนของราคา Kawasaki Z400 มาพร้อมคุณสมบัติต่างๆ ที่เหมาะกับทั้งไบเกอร์มือฉมังและไบเกอร์มือใหม่ที่เพิ่งหันมาเล่นบิ๊กไบค์ วางจำหน่ายในราคาเรี่มต้นที่ 186,000 บาท

ได้เห็นกันแล้วถึงสมรรถนะที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน Kawasaki Z400  นั้นมีข้อดีที่โดดเด่นไม่แพ้ Kawasaki Z300 เลย คงไม่แปลกหาก Z400 จะเข้ามาแทนที่ Z300 ที่ยกเลิกการวางจำหน่ายไปแล้ว เพราะ Z400 เองก็มีความโดดเด่นทั้งรูปลักษณ์และสมรรถนะที่กินขาด

หากใครสนใจสามารถเข้ามาสัมผัสบิ๊กไบค์ Z400 จริงๆ และทดลองขี่ (Test Drive) ได้ที่ Peera Motosports ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์คาวาซากิอย่างเป็นทางการ ที่มีบริการหลังการขายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเช็คระยะ ต่อประกัน ซ่อมบำรุงตามระยะทาง บริการจัดทริปโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และบริการอื่นๆ ที่ให้คุณเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกับเรา

 New call-to-action