<img height="1" width="1" style="display:none" src="https://www.facebook.com/tr?id=735265420271308&amp;ev=PageView&amp;noscript=1">
  • Every ride is an Experience

ระวัง! 5 จุดต้องใส่ใจเมื่อขับ Bigbike หน้าฝน

หน้าฝน วนเวียนกลับมาเป็นวัฏจักร เป็นฤดูที่ชาวไบค์เกอร์ต้องระมัดระวังในการขับขี่รถบิ๊กไบค์เป็นพิเศษ เพราะน้ำฝนนั้นไม่เพียงทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่ลดลงแล้ว ยังลดประสิทธิภาพการทำงานของยางรถให้น้อยลงไปด้วย มิหนำซ้ำถนนที่เต็มไปด้วยน้ำฝนเปียกเฉอะแฉะ น้ำท่วมขังนั้นยังทำให้ควบคุมรถได้ยาก หน้าฝนจึงเป็นฤดูที่เสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด เพราะฉะนั้น เมื่อขับรถยามที่ฝนตก หรือหลังจากฝนตก ผู้ขับขี่ต้องใส่ใจในความปลอดภัยมากกว่าฤดูอื่นๆ  และนี่คือ 5 จุดที่สำคัญ ซึ่งผู้ขับขี่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

 

shutterstock_146079461

 

  1. ตรวจเช็ครถบิ๊กไบค์ก่อนออกเดินทาง

จริงๆแล้ว ไม่ว่าจะฤดูไหนก็ตามการตรวจเช็ครถก่อนออกเดินทางก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ขับขี่ต้องทำอยู่เสมอ เพียงแต่หากเป็นฤดูฝน ผู้ขับขี่ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษกว่าฤดูอื่น โดยเฉพาะในส่วนของยางรถบิ๊กไบค์ ควรจะตรวจดูดอกยางและการทำงานของยางว่ายังมีประสิทธิภาพดีหรือไม่ หากยางของรถบิ๊กไบค์เก่าหรือเสื่อมสภาพ ควรจะเปลี่ยนยางรถโดยเร็ว หากนำรถบิ๊กไบค์ที่ดอกยางเสื่อมประสิทธิภาพไปขับบนท้องถนนที่ลื่นและเต็มไปด้วยน้ำขังเฉอะแฉะ อาจจะทำให้รถลื่นเสียหลักจนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้  นอกจากยางรถแล้ว ผู้ขับขี่ควรเช็คจุดอื่นๆเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบเบรก ระบบขับเคลื่อนของรถ ระบบเครื่องยนต์  ระบบไฟฟ้าของรถ  โดยเฉพาะระบบไฟ  หากไฟหน้ารถส่องสว่างไม่มากพอ จะทำให้การขับรถท่ามกลางสายฝนเป็นไปด้วยความยากลำบาก มองทางไม่เห็น หรือเห็นได้ไม่ชัดเจน อาจจะขับไปเฉี่ยวชนรถคันอื่นหรือสิ่งกีดขวางได้  เรียกได้ว่าต้องเช็คให้ทุกอย่างพร้อมและสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ก่อนออกลุยใน หน้าฝน เลยทีเดียว

 

  1. เตรียมชุดและอุปกรณ์กันฝนให้พร้อม

 เพราะคาดเดาไม่ได้ว่าฝนจะตกเมื่อไหร่ อาจจะตกยามเช้าหรือยามเย็น ซึ่งปัจจุบันชุดสำหรับขับบิ๊กไบค์นั้นได้รับการออกแบบให้สามารถกันน้ำฝนได้ประมาณหนึ่ง ในกรณีที่ฝนตกไม่หนักมาก บางคนเลือกแบบกันน้ำฝนได้ทั้งเสื้อกางเกงและรองเท้าแต่บางคนก็เลือกใส่เสื้อกันฝนทั่วไปก็ได้ ขึ้นอยู่กับความชอบและความสะดวกของแต่ละคน หรือหากใครไม่สะดวกสวมชุดกันฝน เพราะไม่ชอบที่เมื่อฝนหยุดตกแล้วชุดจะทำให้อบจนร้อน ก็อาจจะพกชุดทำงานใส่ถุงกันฝนแยกไว้ในที่เก็บสัมภาระด้านหลังรถได้ เพื่อที่ว่าเมื่อไปถึงปลายทางแล้ว จะได้มีชุดสำหรับเปลี่ยน แต่ทั้งนี้ไม่แนะนำให้ขับรถขณะที่ฝนตก เนื่องจากจะส่งผลต่อสุขภาพของผู้ขับขี่ได้

 

  1. ควบคุมความเร็วในการขับขี่

ตามปกติชาวบิ๊กไบค์จะเป็นผู้ที่ชื่นชอบความเร็วในการขับขี่รถอยู่แล้ว แต่ในช่วงเวลาที่ฝนตกการขับขี่ด้วยความเร็วสูงตามปกติ อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุรถลื่นบนท้องถนนจนเสียหลักได้ ด้วยสภาพถนนที่ลื่นและเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวางที่อาจจะถูกน้ำพัดพามา เพราะฉะนั้นหากเป็นช่วงที่ฝนตก หรือหลังฝนตกใหม่ๆที่ท้องถนนยังเปียกอยู่  ผู้ขับขี่ควรลดความเร็วลงจากปกติ  โดยเฉพาะช่วงเข้าโค้งควรใช้ความเร็วต่ำ และควรเว้นระยะห่างในการขับขี่จากคันหน้ามากกว่าปกติ เพราะประสิทธิภาพของระบบเบรกในช่วงหน้าฝนจะลดลงด้วย การเบรกกะทันหันอาจจะไม่สามารถหยุดรถไว้ได้เหมือนเดิม  นอกจากนี้หากฝนตกหนักจนน้ำท่วมถนนควรจะค่อยๆขับช้าๆด้วยความระมัดระวัง เพราะผู้ขับขี่จะไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าจะมีอะไรไหลมาที่พื้นถนนบ้าง อาจจะเป็นเศษแก้วหรือของมีคมที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ขับขี่หากรถล้มลงไป หรือทำให้ยางเสียหายจนเกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้หากกระแสน้ำแรงหรือเชี่ยวมาก หรือเป็นช่วงที่ฝนตกลมแรง  ไม่ควรขับรถฝ่าไปเด็ดขาด ควรจะมองหาที่ปลอดภัยและจอดรอจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

 

  1. สังเกตสัญญาณไฟและทุกสัญลักษณ์บนท้องถนน

 โดยเฉพาะสัญญาณไฟเป็นสิ่งสำคัญมากที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษในช่วงฝนตก โดยเฉพาะไฟเลี้ยว ไฟเบรก ไฟกระพริบของคันหน้า เพื่อที่จะได้ชะลอหรือจอดรถได้ทันหากคันหน้าเกิดเปลี่ยนเลน หรือต้องจอดฉุกเฉินแบบกะทันหัน  ขณะเดียวกันผู้ขับขี่เองควรใช้สัญญาณไฟให้เหมาะสมกับการขับขี่ คือควรเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวก่อนการเปลี่ยนเลนอย่างน้อย 10-15 วินาที ไม่ควรเบรกกะทันหัน และไม่ใช้ไฟกะพริบโดยไม่จำเป็น เพราะอาจจะทำให้รถคันหลังที่ตามมาเกิดการเข้าใจผิดและเปลี่ยนเลนจนนำไปสู่อุบัติเหตุได้

 

  1. สุขภาพของผู้ขับขี่ก็สำคัญ

หากผู้ขับขี่อยู่ในสภาวะไม่สบาย ปวดหัว เป็นไข้ ไม่ควรขับรถฝ่าฝนโดยไม่จำเป็น หรือหากผู้ขับขี่มีปัญหาทางด้านสายตา ไม่สามารถมองเห็นได้ปกติเต็มร้อยเปอร์เซ็น  ก็ควรหลีกเลี่ยงการขับรถในช่วงฝนตก เพราะยามเมื่อเกิดฝนตกทัศนวิสัยต่างๆจะขุ่นมัว มองไม่ชัดเหมือนเดิม  ควรจะรอให้ฝนหยุดก่อนจึงขับขี่ออกไป หรือถ้าหากฝนตกระหว่างทาง  การเลือกหาที่ปลอดภัยและจอดรถรอจนกว่าฝนจะซาหรือหยุดลง น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าฝ่าฝนไปในสภาพที่ไม่พร้อม

 

แม้หน้าฝนจะเป็นฤดูที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าฤดูอื่น แต่หากผู้ขับขี่ใส่ใจและระมัดระวังในการขับขี่มากขึ้น ก็สามารถลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และสร้างประสบการณ์การขับขี่รถบิ๊กไบค์ที่ชื่นชอบได้อีกยาวนาน

 

Peera motorsport, Big bike, Engine brake, Check up