<img height="1" width="1" style="display:none" src="https://www.facebook.com/tr?id=735265420271308&amp;ev=PageView&amp;noscript=1">
  • Every ride is an Experience

ลมยาง Bigbike แต่ละรุ่น เติมเท่าไหร่ดี

 

การเติมลงยางเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ผู้ขับขี่บิ๊กไบค์หลายท่านยังไม่แน่ใจว่าต้องเติมเท่าไหร่ และแค่ไหนถึงจะพอดี บางคนก็บอกว่าเติมให้แข็งไว้ก่อน แต่บางคนก็บอกว่าเติมให้นิ่มจะปลอดภัยกว่า เหมือนนักแข่งรถในสนาม ถ้าไม่ปลอดภัยนักแข่งในสนามคงไม่เติมกัน วันนี้ Peeramotosports จึงมาช่วยร่วมไขข้อข้องใจเกี่ยวกับลมยางที่เหมาะสมกับการขับขี่ในลักษณะต่างๆ และการดูแลรักษาลมยางไม่ให้รั่วซึม มาเรียนรู้ไปพร้อมกันเลย

 

shutterstock_1422501470

 

เติมลมยางอ่อนหรือลมยางแข็งแตกต่างกันอย่างไร

การเติมยางนั้น หากจะพูดแบบทั่วไป ก็คงจะต้องบอกว่าต้องเติมให้เหมาะสม แต่ความเหมาะสมนั้นก็มีหลายสถานการณ์ เพราะการขับขี่รถบิ๊กไบค์ บางครั้งเจ้าของรถก็ขับขี่คนเดียว และบางครั้งก็อาจจะมีผู้ซ้อนท้าย มีสัมภาระอีกมากมายซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล นอกจากจำนวนและน้ำหนักตัวของผู้ขับขี่จะแตกต่างกันแล้ว ท้องถนนก็แตกต่างกันด้วย บางคนขับในเมืองผิวเรียบ ขับง่าย แต่บางคนอาจจะนิยมลุยทริปต่างจังหวัด  การเติมลมยางนั้นก็จะแตกต่างกันไปตามการใช้งาน  ส่วนข้อดีและข้อเสียของการเติมลมยางอ่อนและลมยางแข็งก็คือ

 

ลมยางอ่อน ทำให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนมากกว่า จึงยึดเกาะถนนได้มากกว่า ควบคุมรถได้ง่ายกว่า แต่ก็ต้องใช้แรงในการออกตัวมากกว่า สิ้นเปลืองพลังงานมากกว่า  และยางก็จะสึกหรอได้ง่ายกว่าด้วย

 

ลมยางแข็ง ควบคุมรถได้ยากกว่า ยึดเกาะถนนน้อยกว่า รับแรงกระแทกได้น้อย หากเกิดการกระแทกจากพื้นถนน แรงกระแทกนั้นจะส่งไปยังข้อมือหรือร่างกายของผู้ขับขี่มากกว่า

 

แล้วอย่างนี้ควรเติมลมยางอ่อนหรือแข็งดี???

ก่อนจะเติมลมยางอ่อนหรือแข็ง หรือเท่าไหร่นั้น ผู้ขับขี่ต้องพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้ด้วย

  • ขนาดของยาง ซึ่งตามปกติผู้ขับขี่ทุกท่านจะต้องเคยได้ข้อมูลว่า ต้องเติมลมยางตามขนาดของยางซึ่งรายละเอียดและข้อมูลนั้นจะมีระบุไว้ที่ช่วงล่างของรถบิ๊กไบค์ เป็นค่ามาตรฐานที่ผู้ขับขี่สามารถเติมลมยางตามที่ระบุเอาไว้ (กรณีที่ผู้ขับขี่ไม่ได้มีการเปลี่ยนขนาดของล้อให้ผิดเพี้ยนไป) ซึ่งจะระบุค่าลมยางที่ต้องเติม ทั้งยางล้อหน้าและยางล้อหลัง ขนาดของยางและรายละเอียดอื่นๆที่จำเป็น ซึ่งผู้ขับขี่สามารถดูข้อมูลเหล่านี้เพื่อตัดสินใจในการเติมลมยางรถบิ๊กไบค์ โดยปกติล้อหน้านั้นค่าลมยางจะอยู่ที่ประมาณ 4-2.5 bar เมื่อขนาดของยางอยู่ที่ประมาณ 120 .และค่ายางล้อหลังที่มีขนาดประมาณ 180 – 200 .. จะอยู่ที่ประมาณ 6 – 2.9 bar
  • น้ำหนักตัว ต้องยอมรับว่าบางท่านน้ำหนักตัวมากกว่าปกติ ก็จะมีแรงกดลงไปที่รถมากกว่าผู้ที่มีน้ำหนักปกติ ซึ่งการเติมลมยางอาจจะต้องปรับเปลี่ยนตามน้ำหนักตัว เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถขับขี่รถบิ๊กไบค์ได้คล่องขึ้น และหากตามปกติผู้ขับขี่มีผู้ซ้อนท้ายประจำ ก็ต้องปรับเปลี่ยนลมยางให้เหมาะสมด้วย
  • น้ำหนักของรถและของที่ต้องบรรทุก นอกจากน้ำหนักตัวรถแล้วบางท่านนิยมลุยทริปต่างจังหวัด ท้ายรถนั้นเต็มไปด้วยข้าวของมากมาย ยิ่งเพิ่มแรงกดทับให้มากขึ้น ซึ่งต้องนำมาพิจารณาด้วย

 

แล้วควรเติมลมยางแบบไหนดีระหว่างลมยางปกติ และลมยางไนโตรเจน

บางท่านอาจจะเคยได้ข้อมูลมาว่าการเติมลมยางแบบไนโตรเจนนั้นดีกว่า และสามารถอยู่ได้นานกว่า มีความเสถียรมากกว่าทำให้หลายคนเลือกที่จะเติมลมยางไนโตรเจนแม้ว่าจะมีราคาสูงกว่า อยู่ที่ประมาณ 40 – 50 บาทต่อล้อ เพราะเชื่อว่าคุ้มกว่าการต้องมาเติมลมยางแบบธรรมดาบ่อยๆ ซึ่งลมยางแบบธรรมดาและไนโตรเจนก็มีข้อแตกกันคือ

  • ลมยางไนโตรเจนอยู่ได้นานกว่า เสถียรกว่า แต่ก็ราคาสูงกว่า และหาเติมได้ยากกว่า
  • ลมยางทั่วไปซึมเร็วกว่า แต่สามารถหาเติมได้ทั่วไป และเติมง่ายกว่า เจ้าของรถเติมเองได้

 

ส่วนใครจะเลือกแบบไหน ก็คงขึ้นอยู่กับความสะดวกและความพอใจของแต่ละคน เพียงแค่ว่าหากเป็นการเดินทางต่างจังหวัด ต้องระมัดระวังเรื่องการเติมลมยางไนโตรเจนที่อาจจะหาร้านเติมได้ยากจนเป็นปัญหาได้

 

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าค่ายางที่เติมไปนั้นพอดีแล้ว

หลังจากเติมลมยางเรียบร้อยแล้ว สามารถเช็คได้ว่าลมยางนั้นเหมาะสมหรือไม่ด้วยการ

  • เมื่อออกตัวแล้วรถมีอาการส่ายหรือสั่นหรือไม่ หากออกตัวแล้วรถมีอาการส่ายหรือสั่น ต้องปรับเปลี่ยนลมยางให้เหมาะสม
  • ล้อหลังมีอาการฟรีเมื่อออกตัวเต็มกำลังหรือไม่ หากมีอาการก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมเช่นเดียวกัน

หลังจากได้ค่าลมยางที่เหมาะสมแล้ว การบำรุงรักษาก็สำคัญไม่แพ้กัน

เพราะแม้ว่าผู้ขับขี่จะได้ค่าลมยางที่เหมาะสมแล้ว แต่หากไม่ขับขี่ด้วยความระมัดระวังหรือใช้รถขับบนถนนที่เต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง กรวดหินดินทรายเป็นประจำหรือใช้น้ำหนักเกินมาตรฐานเป็นประจำ  ก็อาจจะทำให้ลมยางซึมเร็วกว่าที่ควรจะเป็น และที่สำคัญต้องหมั่นตรวจการรั่วซึมของลมยาง สังเกตว่าลมยางหมดเร็วกว่าที่ควรจะเป็นหรือไม่ หากหมดเร็วเกินไป ต้องหาสาเหตุเพื่อแก้ไขให้เหมาะสมด้วย

 

New call-to-action