<img height="1" width="1" style="display:none" src="https://www.facebook.com/tr?id=735265420271308&amp;ev=PageView&amp;noscript=1">
  • Every ride is an Experience

เตรียมตัวให้พร้อมกับ ใบขับขี่บิ็กไบค์ ที่ต้องทำแน่นอน

เป็นเรื่องที่หลายๆคนตื่นตัวแล้วตอนนี้ กับเรื่องการทำใบขับขี่บิ๊กไบค์ ซึ่งจะเริ่มต้นใช้ใบขับขี่บิ๊กไบค์ต้นปี2564

สำหรับ “รถบิ๊กไบค์ (Bigbike)” ถือเป็นรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ และโดยล่าสุด นายยงยุทธ นาคแดง รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้มีการเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมัตติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ โดยผู้ที่ขับขี่รถ Bigbike จะต้องผ่านการอบรมและทดสอบเพิ่มเติม เนื่องจากต้องการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้น วันนี้เราเลยมาสรุปกันให้ฟัง 4หัวข้อว่าการทำใบขับขี่ของมอเตอร์ไซค์ธรรมดากับ บิ๊กไบค์จะแตกต่าง และยากง่ายแค่ไหน


1.รถจักรยานยนต์ที่เรียกว่า “บิ๊กไบค์


ปัจจุบันมีรถจักรยานยนต์หลายรุ่นมีสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ไม่สูงมาก แต่มีรูปทรงเหมือนกับรถบิ๊กไบค์ จึงถูกเหมารวมไปว่าเป็น บิ๊กไบค์ ไปสะหมด และเพื่อให้ทุกคนมองในมุมมองเดียวกัน กฎหมายแบบใหม่จะมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าแบบไหนคือบิ๊กไบค์
โดยขนาดของรถจักรยานยนต์ที่เรียกว่า “บิ๊กไบค์” นั้นจะต้องมีกำลังเครื่องยนต์ตั้งแต่ 47.5 แรงม้า ขึ้นไป หรือมีขนาดความจุกระบอกสูบ 400 ซีซี ขึ้นไป จึงจะถือว่าเป็นรถบิ๊กไบค์ หากกำลังเครื่องยนต์ต่ำกว่านี้จะไม่ถูกจัดอยู่ในประเภทรถบิ๊กไบค์ 

 

Riding-course-27-ตค_๑๙๑๐๓๐_0008


2. การเตรียมตัวการทำใบอนุญาตใบขับขี่บิ๊กไบค์


การทำใบอนุญาตใบขับขี่บิ๊กไบค์ อย่างแรกคุณต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีใบรับรองแพทย์ว่าคุณไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง หรือโรคที่แพทย์เห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับขี่ และสุดท้ายคุณจะต้องผ่านหลักสูตรการอบรมพิเศษ รวมถึงเกณฑ์การทดสอบการขับขี่บิ๊กไบค์ ซึ่งจะแยกออกมาจากการทดทอบใบขับขี่ของรถจักรยานยนต์ปกติ


3. สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาของใบขับขี่บิ๊กไบค์


เนื่องด้วย “รถบิ๊กไบค์” เป็นรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดใหญ่ มีน้ำหนักมากกว่ารถจักรยานยนต์ปกติ และที่สำคัญมีพละกำลังของเครื่องยนต์ที่สูงกว่ามาก ทำให้ต้องใช้ทักษะพิเศษต่างๆมาช่วย ดังนั้นผู้ขับขี่บิ๊กไบค์ทุกคนจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมจากผู้เชียวชาญก่อน เพื่อให้รู้จักการใช้งานตัวรถอย่างแท้จริง ทั้ง การควบคุมรถขนาดใหญ่ เทคนิคการขับขี่ต่างๆ และรวมไปถึงการใช้งานอื่น ๆ
เพราะฉะนั้นผู้ที่ต้องการขอใบขับขี่บิ๊กไบค์จะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อผ่านการฝึกอบรมจากผู้เชียวชาญ และผ่านการทดสอบการขับขี่รถบิ๊กไบค์ตามมาตรฐานที่กรมขนส่งทางบกกำหนดเอาไว้แล้วเท่านั้น

 

4. สถานที่ สำหรับการฝึกอบรมและทดสอบ

เนื่องจาก กรมขนส่งทางบก มีความพร้อมในเรื่องของสนามทดสอบบิ๊กไบค์ที่น้อยกว่าค่ายรถและสถาบันต่าง ๆ ฉะนั้น เหล่าไบค์เกอร์ สามารถเข้าไปติดต่อขอรับการฝึกอบรมได้จากค่ายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์หลาย ๆ แห่ง และรวมไปถึงสถาบันต่าง ๆ ที่กรมขนส่งทางบกได้มีการรับรอง ซึ่งค่ายรถและสถาบันต่าง ๆ ได้มีการเรียนการขับขี่ การเปิดการฝึกอบรมและการทดสอบกันอยู่แล้ว โดยเมื่อผ่านการอบรมและผ่านการทดสอบ สามารถนำใบรับรองที่ได้ ไปยื่นกับกรมขนส่งทางบก เพื่อทำใบขับขี่บิ๊กไบค์ได้เลย
สำหรับการทำใบขับขี่บิ๊กไบค์นี้ คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ต้นปี2564 หรืออาจจะต้องรอการประกาศออกมาบังคับใช้อย่างเป็นทางการอีกที และนี่ก็เป็นสิ่งที่เหล่าไบค์เกอร์ควรรู้เอาไว้ เพื่อที่คุณจะได้เตรียมความพร้อมกัน
และนี่ก็เป็นข้อมูลของการทำใบขับขี่ของชาวไบค์เกอร์ที่เรานำมาสรุปให้ฟังกัน